การแข่งขัน คาตะ Kata 型
1. การแข่งขัน kata แบ่งออกเป็นประเภททีมและประเภทบุคคล
โดยการแข่งขันประเภททีมจะมีสมาชิกในทีม ทั้งหมด 3
คนเป็นผู้หญิงล้วนหรือชายล้วน
การแข่งขันประเภทบุคคลก็แบ่งออกเป็นการแข่งขันเดี่ยว
ประเภทบุคคลหญิงและประเภทบุคคลชาย
2. ระบบการคัดออกแบบการชิงตำแหน่งที่ 3 (Reprechage) จะถูกนำมาใช้
3. ผู้แข่งขันต้องใช้ทั้งท่าบังคับ(SHITEI) และท่าอิสระ(TOKUI)
โดยท่าที่ใช้ในการแข่ง kata ซึ่งจะต้อง
ได้รับการยอมรับจากสถานที่ฝึกคาราเต้-โด
ที่ถูกยอมรับจากสหพันธ์คาราเต้แห่งโลก (WKF) ยึดตามระบบ Goju, Shito,
Shoto และWado ใน 2 รอบแรกจะไม่อนุญาตให้ใช้ท่าอื่นเลย
ตารางท่าบังคับของท่า KATA จะอยู่ในภาคผนวกที่ 6 และรายการของ KATA
ที่เป็นที่ยอมรับจะอยู่ในภาคผนวกที่ 7
4. ใน 2 รอบแรกผู้แข่งสามารถเลือกจากรายชื่อ shitei kata เท่านั้น ไม่อนุญาตให้แสดงท่าอื่นที่แตกต่างไปได้
5. ในรอบต่อมาผู้แข่งขันสามารถเลือกท่าจากรายชื่อ TOKUI KATA ในภาคผนวกที่
7 โดยท่าที่แข่งเหล่านี้เป็นท่า
ที่ถูกสอนจากสถานฝึกของผู้แข่งจะถูกนำมาแข่งได้
6. ท่าที่จะใช้ในการแข่งขันจะต้องเขียนถูกแจ้งไว้ที่โต๊ะคะแนนก่อนเริ่มการแข่งขัน
7. ผู้แข่งขันจะต้องแสดง KATA ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละรอบ เมื่อแสดง KATA
ใดไปแล้วห้ามแสดงซ้ำอีก อย่างไรก็ตามถ้ามีการแข่งขันรอบคัดเลือก
เนื่องจากมีผู้แข่งขันมากท่า tokui KATA ที่ใช้ในการแข่งรอบคัดเลือก
ซึ่งเลือกขึ้น จะสามารถนำมาใช้ได้อีกในรอบอื่นที่เหมาะสม
8. ในรอบชิงชนะเลิศของการแข่งขัน KATA แบบทีม ใน 2 ทีมที่เข้าแข่งจะแสดง
KATA จากรายชื่อ TOKUI KATA ในภาคผนวกที่ 7
ในแบบปกติและพวกเขาจะต้องทำการแสดงความหมายของท่า bunkai KATA
ซึ่งมีระยะเวลา 3 นาทีในการแสดง

หลักการตัดสิน
1. การแสดง KATA จะต้องแสดงด้วยความสมบูรณ์
และต้องแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความหมายของแต่ละท่า ในการประเมิน
ความสามารถ ของผู้แข่งขันกรรมการ จะดูจาก
A.) ท่าตามความเป็นจริงตามความหมายของ KATA
B.) ความเข้าใจในเทคนิคที่นำมาใช้ (BUNKAI)
C.) ความเหมาะสมของเวลา, จังหวะ, ความเร็ว, การทรงตัว และการรวมพลัง (KIME)
D.) ความถูกต้องและการใช้ลมหายใจอย่างเหมาะสมเพื่อช่วยใน KIME
E.) ความถูกต้องในการรวบรวมความตั้งใจ (CHAKUGAN) และสมาธิ
F.) ความถูกต้องของท่ายืน (DACHI) ด้วยขาที่เกร็งอย่างเหมาะสมและเท้าแบนเรียบที่พื้น
G.) ท้องที่เกร็งอย่างเหมาะสม (HARA) และไม่มีการกระดกขึ้นลงของสะโพกเวลาเคลื่อนตัว
H.) รูปแบบที่ถูกต้อง (KIHON) ของท่าทางที่แสดง
I.) การแสดงท่าทางจะถูกประเมิน ด้วยการวิเคราะห์จุดอื่นๆ ด้วย
J.) ในการแข่งขัน KATA แบบทีมจะดูความกลมกลืนและพร้อมเพรียงกัน โดยไม่ใช้การบอกใบ้ จากการใช้ท่าทางภายนอกมาเป็นปัจจัยในการตัดสินด้วย
2. ใน 2 รอบแรก
ผู้แข่งขันที่ใช้ท่าอื่นนอกเหนือจากท่าที่กำหนดจะถูกตัดสิทธิ
และผู้แข่งขันที่หยุดชะงักในระหว่าง การแสดง KATA หรือ ผู้ที่แสดง KATA
นอกเหนือจากที่ได้ประกาศไว้ จะต้องถูกตัดสิทธิด้วย
SCHEDULE OF W.K.F. COMPULSORY (SHITEI) KATA
Goju Seipai, Saifa
Shoto Jion, Kanku Dai
Shito Bassai Dai, Seienchin
Wado Seishan, Chinto
VERSION 5.5 MADRID JUNE 2005
MAJOR KATA LIST OF THE
WORLD KARATE FEDERATION
GOJU-RYU KATAS
1. Sanchin
2. Saifa
3. Seiyunchin
4. Shisochin
5. Sanseru
6. Seisan
7. Seipai
8. Kururunfa
9. Suparimpei
10. Tensho
WADO-RYU KATAS
1. Kushanku
2. Naihanchi
3. Seishan
4. Chinto
6. Niseishi
7. Rohai
8. Wanshu
9. Jion
10. Jitte
SHOTOKAN KATAS
1. Bassai-Dai
2. Bassai-Sho
3. Kanku-Dai
4. Kanku-Sho
5. Tekki - Shodan
6. Tekki - Nidan
7. Tekki - Sandan
8. Hangetsu
9. Jitte
10. Enpi
11. Gankaku
12. Jion
13. Sochin
14. Nijushiho Sho
15. Goju Shiho-Dai
16. Goju Shiho-Sho
17. Chinte
18. Unsu
19. Meikyo
20. Wankan
21. Jiin
SHITO-RYU KATAS
1. Jitte 22. Naifanchin Shodan
2. Jion 23. Naifanchin Nidan
3. Jiin 24. Naifanchin Sandan
4. Matsukaze 25. Aoyagi (Seiryu)
5. Wanshu 26. Jyuroku
6. Rohai 27. Nipaipo
7. Bassai Dai 28. Sanchin
8. Bassai Sho 29. Tensho
9. Tomari Bassai 30. Seipai
10. Matsumura Bassai 31. Sanseiru
11. Kosokun Dai 32. Saifa
12. Kosokun Sho 33. Shisochin
13. Kosokun Shiho 34. Kururunfa
14. Chinto 35. Suparimpei
15. Chinte 36. Hakucho
16. Seienchin 37. Pachu
17. Sochin 38. Heiku
18. Niseishi 39. Paiku
19. Gojushiho 40. Annan
20. Unshu 41. Annanko
21. Seisan 42. Papuren
43. Chatanyara Kushanku
คำอธิบายเพิ่มเติม
I. KATA ไม่ใช่การเต้นรำหรือการแสดงละคร
ดังนั้นจะต้องยึดมั่นในคุณค่าของเก่าและหลักการดั้งเดิมไว้
จะต้องจริงจังเหมือนในการต่อสู้จริง และแสดงสมาธิ, พลัง,
และประสิทธิภาพในการปะทะในเทคนิคของมัน และจะต้องแสดงความแข็งแกร่ง, พลัง,
และความเร็ว เช่นเดียวกับท่วงท่าลีลาที่สวยงาม, จังหวะ, และการทรงตัว
II. ใน KATA แบบทีม ผู้ร่วมทีมทั้ง 3 คนจะต้องเริ่ม KATA โดยหันหน้าไปทางเดียวกันให้กรรมการผู้ชี้ขาด
III. สมาชิกในทีมจะต้องแสดงท่าทางในหลักเกณฑ์ของการแสดง KATA โดยพร้อมเพรียงกัน
IV. คำสั่งให้เริ่มและหยุดการแสดง, การกระทืบเท้า, การตบอก แขน
หรือเสื้อ, และการหายใจออกอย่างไม่เหมาะสม เป็นตัวอย่างการบอกใบ้จากภายนอก
และจะนำมาพิจารณาในการตัดสินด้วย
การแข่งขัน คุมิเต้ Kumite 組手
การแข่งขันในระดับสากล เช่นการแข่ง เอเซี่ยนเกมส์ ซีเกมส์
หรือแข่งชิงแชมป์โลก หรือชิงแชมป์ทวีป ประเทศ จังหวัด หรือเขต
จะต้องควบคุมการแข่งขันกับสมาคมที่ควบคุมดูแลโดยสหพันธ์คาราเต้โลก(WKF)
และใช้กฏการแข่งสากล หรือที่เรียกกันว่า กฎ WKF
แบ่งเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายน้ำเงิน (อาโอะ) และแดง (อากะ) มีกรรมการธง 3
คนรอบขอบสนาม กรรมการชี้ขาด 1 คนในสนาม กรรมการจดบันทึกอีก 1
คนที่หน้าโต๊ะกรรมการ ซึ่งกรรมการทั้งหมดนี้
จะอยู่ในการควบคุมดูแลโดยกรรมการชุดใหญ่อีกทีหนึ่ง
ซึ่งกรรมการชุดใหญ่นี้จะเป็นชุดที่คอยควบคุมดูแลการแข่งขันทั้งหมด
ในการแข่ง Kumite
การแข่งขันของฝ่ายชายไม่ว่าจะเป็นการแข่งประเภททีมหรือบุคคลใช้เวลา 3 นาที
ส่วนการแข่ง ของผู้หญิง, เด็ก, หรือผู้ฝึกใหม่ใช้เวลา 2 นาที
เวลาในการแข่งเริ่มต้นเมื่อกรรมการผู้ชี้ขาดให้สัญญาณเริ่ม
และการแข่งขันจบลงเมื่อกรรมการผู้ชี้ขาดสั่งว่า “YAME (หยุด)”
(จะหยุดก็ต่อเมื่อกรรมการชี้ขาดเห็นว่ามีการทำและได้คะแนนเกิดขึ้น)
ผู้รักษาเวลาควรให้สัญญาณหรือกดออดที่เสียงดังชัดเจน เพื่อบอกว่าเหลือเวลา 30 วินาที และ เมื่อหมดเวลาการแข่ง
การให้คะแนน
1. การให้คะแนนสามารถให้ได้ตามระดับต่อไปนี้ :
a.) SANBON 3 คะแนน
b.) NIHON 2 คะแนน
c.) IPPON 1 คะแนน
2. คะแนนจะถูกให้ได้ต่อเมื่อการจู่โจมนั้นมีคุณสมบัติ ดังนี้
a.) Good Form : การจู่โจมด้วยท่าทางที่ดี
b.) Sporting Attitude : ทัศนคติทางกีฬา
c.) Vigorous Application : การใช้พลังและความเร็ว
d.) Awareness (Zanshin) : การระวังการจู่โจมกลับ
e.) Good Timing : จังหวะการจู่โจม
f.) Correct Distance : ระยะของการจู่โจม
3. การให้คะแนน SANBON เกิดจากการที่นักกีฬา
a.) เตะสูง หรือ (JODAN KICK)
b.) กวาดขา หรือเหวี่ยงคู่ต่อสู้ล้มลง และตามด้วยการจู่โจมที่ทำคะแนน
4. การให้คะแนน NIHON เกิดจากการที่นักกีฬา
a.) การเตะระดับลำตัว (CHUDAN KICKS)
b.) ชกด้านหลังของคู่ต่อสู้
c.) ใช้เทคนิคการต่อสู้ด้วยมือเป็นชุดซึ่งแต่ละเทคนิคสามารถทำคะแนนได้
d.) ทำให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วจึงทำคะแนน
5. การให้คะแนน IPPON เกิดจากการที่นักกีฬา
a.) ใช้การต่อยระดับลำตัว(CHUDAN) หรือระดับสูง( JODAN)
b.) ใช้หลังมือ (UCHI)
6. ผู้แข่งขันสามารถโจมตีส่วนต่าง ๆ ของคู่ต่อสู้ได้เฉพาะบริเวณดังต่อไปนี้ คือ
a.) ศรีษะ
b.) หน้า
c.) คอ
d.) ท้อง
e.) อก
f.) หลัง
g.) ข้างลำตัว
7.
การใช้เทคนิคหรือโจมตีคู่ต่อสู้เสร็จสมบูรณ์ในขณะหมดเวลาพอดีถือว่าใช้ได้
แต่ถ้าผู้แข่งขันยังโจมตีหลังจาก หมดเวลาการแข่งขันแล้ว
หรือหลังจากคำสั่งหยุดของกรรมการผู้ชี้ขาดถือว่าไม่ได้คะแนน
และอาจถูกลงโทษ ได้เนื่องจากเป็นการเอาเปรียบคู่ต่อสู้
8. กรณีผู้แข่งขันทั้งสองทำการต่อสู้นอกพื้นที่แข่ง
ทั้งสองจะไม่ได้คะแนนถึงแม้ว่าสามารถใช้เทคนิคโจมตีได้อย่าง สมบูรณ์
แต่ในกรณีที่มีคนใดคนหนึ่ง
ใช้เทคนิคการโจมตีอย่างสมบูรณ์ขณะอยู่ในพื้นที่แข่ง และ กรรมการผู้ชี้ขาด
ยังมิได้ประกาศ “YAME”
เพื่อหยุดการแข่งขันกรรมการผู้ชี้ขาดสามารถพิจารณาให้คะแนน
ผู้แข่งขันคนนั้นได้
9. ถ้าผู้แข่งขันทั้งสองสามารถใช้เทคนิคการต่อสู้ในเวลาเดียวกัน(Aiuchi) ผู้แข่งขันทั้งสองก็จะไม่ได้คะแนน
คำอธิบายเพิ่มเติม
I. การจับตัวคู่ต่อสู้และทุ่มนั้น
สามารถทำได้ต่อเมื่อกระทำหลังจากการใช้เทคนิคจู่โจมของคาราเต้ก่อน
หรือคู่ต่อสู้ ได้ทำการจู่โจมและพยายามทุ่มหรือจับตัว
II. เพื่อความปลอดภัย การทุ่มหรือโยนคู่ต่อสู้ในลักษณะต่อไปนี้
ห้ามกระทำและจะถูกเตือนหรือปรับโทษ
การทุ่มหรือโยนคู่ต่อสู้โดยมิได้ยึดเหนี่ยว, อันตราย,
หรือแกนการหมุนอยู่เหนือระดับสะโพก แต่มีข้อยกเว้น
ในการทุ่มหรือโยนคู่ต่อสู้ที่สามารถใช้ได้คือ
เทคนิคการปัดเท้าคาราเต้แบบดั้งเดิม ซึ่งไม่ต้องมีการจับยึดคู่ต่อสู้ (De
Ashi-barai, Ko uchi gari, Kaui waza, etc)
การทำคะแนนหลังจากทุ่มหรือโยนคู่ต่อสู้ : กรรมการผู้ชี้ขาดจะให้เวลาประมาณ
2-3 วินาที หลังจากการทุ่มหรือโยน เพื่อให้โอกาสเข้าทำคะแนน
III. การจู่โจมด้วยท่าทางที่ดี (Good Form) หมายถึง การจู่โจมที่มีลักษณะตรงตามบรรทัดฐานของคาราเต้ดั้งเดิม
IV. ทัศนคติทางกีฬา (Sport Attitude) หมายถึง การจู่โจมด้วยท่าทางที่ดี
และไม่มีความตั้งใจที่ จะปองร้ายหรือมุ่งร้าย
ต่อคู่ต่อสู้ในขณะที่ใช้เทคนิคจู่โจมทำคะแนน
V. การใช้พลังและความเร็ว (Vigorous Application) หมายถึง
การแสดงให้เห็นถึงพลังและความเร็ว
ในการใช้เทคนิคจู่โจมและแสดงความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นที่ต้องการให้การจู่โจมสำเร็จ
VI. การระวังการจู่โจมกลับ Awareness (Zanshin)
เป็นบรรทัดฐานหนึ่งที่ไม่ค่อย ได้นำมาประกอบการให้คะแนน
ซึ่งจะเป็นสภาวะต่อเนื่องจากการโจมตี โดยที่นักกีฬาต้องรักษาระดับสมาธิ,
การสังเกตคู่ต่อสู้, และการระวัง
ความเป็นไปได้ของการถูกโจมตีกลับจากคู่ต่อสู้ขณะที่ตนเองเข้าทำการจู่โจม
เช่น ไม่หันหน้าหนีจากคู่ต่อสู้ ขณะที่ทำการจู่โจมคู่ต่อสู้
VII. จังหวะการจู่โจม (Good Timing) หมายถึง ได้ทำการจู่โจมคู่ต่อสู้ ณ ช่วงเวลาที่มีโอกาสมากที่สุด
VIII. ระยะการจู่โจม (Correct Distance) หมายถึง
การจู่โจมคู่ต่อสู้ในระยะที่เหมาะสม ทำให้การจู่โจม มีประสิทธิผลสูงสุด
หากทำการจู่โจมขณะคู่ต่อสู้กำลังถอยหลังอย่างเร็วนั้น ผลการจู่โจมก็จะลดลง
IX. ระยะหยุด (Distancing) หมายถึง
เมื่อสิ้นสุดการจู่โจมอวัยวะที่ใช้ในการจู่โจม เช่นการเตะหรือชกใบหน้า
ควรหยุดลงเมื่อสัมผัสผิวเป้าหมาย หรืออาจมีระยะห่างประมาณ 2-3
เซนติเมตรจากเป้าหมายแต่หากเป็น การต่อยแบบ(Jodan Punch)
ซึ่งมีระยะการหยุดที่เหมาะสมและคู่ต่อสู้ไม่ได้แสดงถึงความพยายามที่จะปัด
หรือหยุด หรือหลบหลีกใดๆ คะแนนสามารถให้ได้
ทั้งนี้การจู่โจมต้องได้มาตรฐานการจู่โจมในข้ออื่นด้วย
X. เทคนิคการจู่โจมที่ไร้ค่า
คือการใช้เทคนิคการจู่โจมที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการให้คะแนน จะไม่ได้รับ
คะแนน ไม่ว่าการจู่โจมนั้นจะกระทำในรูปแบบใดหรือถูกเป้าหมายใด เช่น
การจู่โจมที่ขาดท่าทางที่ดี หรือขาดพลังและความเร็ว
XI. การโจมตีที่ต่ำกว่าสายคาดเอวยังอาจได้คะแนน
ถ้าการโจมตีนั้นกระทำบริเวณที่สูงกว่ากระดูกบริเวณหัวเหน่า, คอ
และคอหอยก็เป็นเป้าหนึ่งถ้าผู้แข่งขันสามารถโจมตีไปยังจุดดังกล่าวได้
โดยไม่โดนหรือสัมผัสก็จะได้คะแนน
XII.
การโจมตีคู่ต่อสู้อย่างสวยงามบริเวณเหนือบ่าอาจทำให้ผู้โจมตีได้คะแนน
จุดโจมตีที่จะไม่ได้คะแนนคือตำแหน่ง
บริเวณช่วงต่อระหว่างกระดูกแขนกับหัวไหล่ และกระดูกไหปลาร้า
XIII. สัญญาณกระดิ่งดังขึ้นหมายถึงว่าความเป็นไปได้ที่จะทำคะแนนจบลง
แม้ว่ากรรมการผู้ชี้ขาดยังไม่ยุติการแข่งโดย ไม่ตั้งใจในทันทีก็ตาม
การที่เวลาหมดไม่ได้หมายความว่าการลงโทษจะไม่สามารถให้ได้ แต่การลงโทษ
ยังสามารถให้ได้จากคณะกรรมการผู้ชี้ขาดจนกว่าจะถึงจุดที่ผู้แข่งขันทั้งสองออกจากพื้นที่การแข่งขัน
แต่การให้
โทษก็ยังสามารถให้เกินจากจุดนั้นได้อีกโดยจะได้จากคณะกรรมการควบคุมการตัดสิน
XIV. การเข้าโจมตีพร้อมกัน(Aiuchi) จะเป็นไปได้น้อยมาก
ไม่เพียงแต่ทั้งสองจะโจมตีพร้อมกันแต่ต้องใช้เทคนิค ทำคะแนนอย่างสมบูรณ์
ทั้งสองเทคนิคอาจจะทำพร้อมกันแต่น้อยมากที่จะมีประสิทธิภาพต่อการทำคะแนน
เท่าเทียมกัน หัวข้อที่ 7: หลักการตัดสินผู้ชนะการแข่งขัน
กรรมการผู้ชี้ขาดจะต้องห้ามไม่สั่ง “AIUCHI”
ในกรณีที่มีเพียงฝ่ายเดียวเป็นผู้ทำคะแนนได้ที่แท้จริง
พฤติกรรมต้องห้ามแบ่งเป็น 2 ประเภท (ที่ทำให้เสียโทษ)
ประเภทที่ 1 (CATEGORY 1)
1. การจู่โจมซึ่งมีการสัมผัสรุนแรงเกินไป และการจู่โจมที่สัมผัสบริเวณคอหอยคู่ต่อสู้
2. การจู่โจมที่ แขน, ขา, ขาหนีบ, ข้อต่อ, หลังเท้า
3. การจู่โจมที่ ใบหน้า โดยใช้เทคนิค แบมือ
4. การทุ่มที่อันตรายและถูกห้ามซึ่งอาจทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บ
ประเภทที่ 2 (CATEGORY 2)
1. เสแสร้งการบาดเจ็บ, แสดงการบาดเจ็บเกินความจริง
2. ออกนอกบริเวณพื้นที่ แข่งขัน (Jogai) บ่อยครั้งเกินไป
3. ต่อสู้โดยขาดการระมัดระวัง หรือขาดการป้องกันตนเองซึ่งอาจนำไปถึงอันตรายต่อตนเองได้ (Mubobi)
4. หลีกเลี่ยงการต่อสู้ เพื่อมิให้คู่ต่อสู้มีโอกาสทำคะแนน
5.
การจับและพยายามทุ่มคู่ต่อสู้โดยมิได้ใช้เทคนิคการจู่โจมที่แท้จริงก่อน
ยกเว้นคู่ต่อสู้พยายามทุ่มก่อน, และเมื่อ
แกนหมุนของการทุ่มอยู่เหนือระดับสะโพก
6. การหน่วงเหนี่ยว, การปล้ำ, การผลัก, การจับยึด โดยไม่มีความพยายามที่จะใช้การจู่โจมตามมา
7. การใช้เทคนิคจู่โจมที่ไม่สามารถควบคุมความปลอดภัย หรืออันตรายให้แก่คู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะจู่โจมถูกเป้าหมายหรือไม่
8. การจู่โจมโดยใช้ ศีรษะ, หัวเข่า, และข้อศอก
9. ใช้คำพูดยั่วยุต่อสู้, ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการผู้ชี้ขาด, ไม่สุภาพต่อกรรมการอื่น, หรือการไร้มารยาทอื่นๆ
การเสียโทษ
CHUKOKU(การเตือน) กรรมการจะเตือนผู้แข่งในกรณีที่เป็นความผิดพลาดครั้งแรกและผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
KEIKOKU การลงโทษโดยฝ่ายตรงข้ามได้คะแนน IPPON(1 คะแนน)
และเป็นการตักเตือนสำหรับ ความผิดพลาดเล็กน้อย
ซึ่งกรรมการได้ทำการว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ในยกแข่งขันนี้
หรือกรณีที่ความผิดพลาดดังกล่าวไม่รุนแรงพอที่จะสั่งลงโทษ HANSOKU CHUI ได้
HANSOKU-CHUI การลงโทษโดยที่ฝ่ายตรงข้ามได้คะแนน NIHON (2 คะแนน)
และมักเกิดเมื่อ กรรมการได้กล่าวตักเตือนและลงโทษแบบ KEIKOKU
ไปแล้วในการแข่งที่ผ่านมาหรือ สามารถใช้ปรับโทษดังกล่าว
โดยขั้นการกระทำผิดที่รุนแรงแต่ไม่ถึงขั้น HANSOKU
HANSOKU การลงโทษในความผิดที่รุนแรงมากหรือเมื่อมีการลงโทษ HANSOKU-CHUI
มาก่อน ซึ่งมีผลให้ผู้แข่งขันถูกตัดสิทธิการแข่งขันทันที
ในกรณีแข่งขันประเภททีม ผู้แข่งขันที่ บาดเจ็บจะได้คะแนนเพิ่ม 8
คะแนนบวกด้วยคะแนนของคู่ต่อสู้ ถ้าคะแนนของคู่ต่อสู้ สูงกว่าของตน
SHIKKAKU การลงโทษโดยการตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันตลอดรายการ
หรือแค่การแข่งประเภท นั้น
หรือคณะกรรมการตัดสินจะต้องร่วมปรึกษาและกำหนดขอบเขตของ SHIKKAKU การลงโทษ
SHIKKAKU ซึ่งมักใช้ลงโทษกรณีผู้แข่งขันมุ่งร้าย, ไม่เชื่อฟัง
กรรมการผู้ชี้ขาด หรือละเมิดกฎการแข่งและทำให้เสียเกียรติของกีฬาคาราเต้
หากเป็น การแข่งประเภททีม ถ้าสมาชิกของทีมได้รับ SHIKKAKU
คู่ต่อสู้จะได้รับคะแนน 8 คะแนน
บวกกับคะแนนของผู้กระทำผิดถ้าคะแนนของผู้กระทำผิดสูงกว่าของตน
ในการแข่งขันนอกเหนือจากนี้คือ การแข่งขันภายในสมาคม หรือ สำนัก เช่น
การแข่งขันชิงชนะเลิศโกจูไก หรือ การแข่งขันโชโตกันชิงชนะเลิศ
และสำนักอื่นๆ ทั้งในระดับประเทศ ทวีป หรือระดับโลก
ก็จะใช้กฏการแข่งตามแต่ละสำนักจะตั้งกฏระเบียบการแข่งขึ้น
เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปรัชญาของแต่ละสำนักมากที่สุด
ซึ่งบางสำนักยังคงรักษารูปแบบการแข่งแบบโบราณไว้ เช่น ใช้นวมบางอย่างเดียว
หรือไม่ใช้นวม


